เจษฎา นิมมานนิตย์ชีวิตและผลงาน
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ เจษฎา นิมมานนิตย์ กับตำราเนื้องอกสมอง ความรู้พื้นฐาน

ชีวประวัติ

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์

เจษฎา
นิมมานนิตย์

13 พฤษภาคม 2477 — 15 กันยายน 2569

แพทย์ผู้ทุ่มเทรักษาผู้ป่วย
ครูผู้ถ่ายทอดความรู้ และคุณพ่อผู้มอบความอบอุ่น

ชีวิตในวัยเยาว์และการศึกษา

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เจษฎา นิมมานนิตย์ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่อำเภอเมือง จังหวัดตราด เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน ของนายฮ่องฮึน แซ่หลิม และนางอุ่น ซึ่งเป็นต้นตระกูลนิมมานนิตย์

พี่น้องทั้ง 7 คน ได้แก่ นายเจน นิมมานนิตย์ นายจรัส นิมมานนิตย์ นายจินต์ นิมมานนิตย์ นางรัตนา พรหมสาขา ณ สกลนคร แพทย์หญิงกาญจนา นิมมานนิตย์ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เจษฎา นิมมานนิตย์ และนายสมเกียรติ นิมมานนิตย์

ท่านสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนตราดตระการคุณ ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จากนั้นเข้าศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนิสิตเตรียมแพทย์เป็นเวลา 2 ปี ก่อนข้ามฟากไปศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ท่านสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต ศิริราชพยาบาล รุ่นที่ 65 ในปี พ.ศ. 2503 และเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ ดูแลผ่าตัดรักษาผู้ป่วยทั้งด้านศัลยกรรมทั่วไปและศัลยกรรมระบบประสาท

การศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา

ต่อมา ท่านได้รับการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ นายแพทย์อุดม โปษะกฤษณะ ให้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับประกาศนียบัตร American Board of Neurological Surgery ในปี พ.ศ. 2515

ระหว่างการศึกษา ท่านมีโอกาสเรียนรู้จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกในสาขาของตนสองท่าน ได้แก่ แพทย์หญิงลูซี รอร์ก-อดัมส์ ผู้บุกเบิกและผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทพยาธิวิทยา และนายแพทย์โทมัส ดับเบิลยู. แลงฟิตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์ ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากอาจารย์ทั้งสองเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานของท่านในเวลาต่อมา

ในช่วงที่ใช้ชีวิตและปฏิบัติงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านยังได้รับจดหมายชื่นชมการปฏิบัติงานจากประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน แห่งสหรัฐอเมริกา นับเป็นเกียรติประวัติอีกประการหนึ่งในชีวิตการทำงาน

นอกจากการผ่าตัดสมองแล้ว ท่านยังสนใจการวินิจฉัยโรคจากภาพรังสีและพยาธิวิทยาของเนื้องอกสมองเป็นอย่างยิ่ง และได้นำความรู้เหล่านี้กลับมาใช้ในการรักษาผู้ป่วย ตลอดจนถ่ายทอดให้แก่แพทย์ประจำบ้านประสาทศัลยศาสตร์รุ่นต่อมาในประเทศไทย

ชีวิตการทำงานและความเป็นครูแพทย์

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เจษฎา เป็นกำลังสำคัญในการช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์อุดม โปษะกฤษณะ และศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์วิชัย บำรุงผล ก่อตั้งการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาประสาทศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ตลอดชีวิตการทำงาน ท่านทุ่มเทให้กับการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะการผ่าตัดเนื้องอกสมองและหลอดเลือดสมอง รวมถึงการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ ท่านให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยทั้งระหว่างการผ่าตัดและหลังผ่าตัด โดยยึดถือว่าผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยความทุกข์และฝากชีวิตไว้กับผู้รักษา แพทย์จึงต้องทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

สำหรับท่าน การได้เห็นผู้ป่วยหายเป็นรางวัลทางใจที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องรับการผ่าตัดอันยากและซับซ้อนได้สำเร็จ ท่านมักกลับมาเล่าถึงผู้ป่วยและการผ่าตัดเหล่านั้นให้ครอบครัวฟังด้วยความภูมิใจ เรื่องราวเหล่านี้ทำให้บุตรธิดาได้เห็นว่า การใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือผู้อื่นมีความหมายต่อชีวิตของท่านมากเพียงใด

ในฐานะครูแพทย์ ท่านใส่ใจให้ลูกศิษย์เข้าใจสิ่งที่เรียนอย่างแท้จริง ลูกศิษย์จดจำได้ว่าเวลาสอน ท่านมักถามย้ำว่าเข้าใจหรือไม่ พร้อมอธิบายและถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้ ส่วนเพื่อนร่วมงานจดจำท่านในฐานะผู้มีน้ำใจ พร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา แม้จะเป็นเวลาค่ำคืน

ท่านให้เกียรติผู้คนรอบตัว ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ใด ความผูกพันกับศิริราชจึงอยู่ทั้งในงานและในผู้คนที่ท่านรัก ศิริราชเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง แม้ภายหลังจะไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ท่านก็ยังอยากกลับไปพบปะและทักทายเพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์อยู่เสมอ

ความภาคภูมิใจอย่างยิ่งประการหนึ่งของท่าน คือการได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการแต่งตำรา ประจำปีการศึกษา 2537 จากตำราเรื่อง “เนื้องอกสมอง ความรู้พื้นฐาน” ซึ่งเรียบเรียงขึ้นจากความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงาน เพื่อถ่ายทอดให้แก่ประสาทศัลยแพทย์ แพทย์ทั่วไป และประชาชนที่สนใจ

หลังเกษียณอายุราชการ ท่านยังคงกลับไปสอนในฐานะอาจารย์พิเศษอีก 5 ปี จนถึงอายุ 65 ปี

ชีวิตครอบครัว

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เจษฎา สมรสกับรองศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิงพรพิทย์ นิมมานนิตย์ มีบุตรธิดา 3 คน ได้แก่

  1. นายปริญญ์ นิมมานนิตย์ สมรสกับนางจริดา นิมมานนิตย์
  2. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ปรีดิ์ นิมมานนิตย์ สมรสกับอาจารย์ แพทย์หญิงกุลสุภา นิมมานนิตย์ มีบุตรธิดา 2 คน คือ เด็กหญิงเจษลิน นิมมานนิตย์ และเด็กชายปรีดิ์รติ นิมมานนิตย์
  3. นางมนตรา ศรีสุพรรณ สมรสกับนายธีรพล ศรีสุพรรณ มีบุตร 2 คน คือ นายจิรายุทธ ศรีสุพรรณ และเด็กชายธีรยุทธ ศรีสุพรรณ

ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ท่านมอบความรักและความใส่ใจแก่ภรรยาและบุตรธิดาเสมอ แม้งานจะหนักเพียงใด ท่านก็ยังหาเวลาพาครอบครัวไปพักผ่อนและท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันเหล่านี้เป็นความทรงจำอันมีค่าของครอบครัว

ท่านเคยกล่าวถึงความรักที่มีต่อภรรยา โดยให้ความสำคัญกับการกระทำมากกว่าคำหวาน สำหรับท่าน การปฏิบัติคือการแสดงความรักที่ดีที่สุด แนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันผ่านการดูแล ความใส่ใจ การให้อภัย และการให้เกียรติคนรอบข้าง

สำหรับบุตรธิดา ท่านเป็นทั้งผู้มอบความอบอุ่นและแบบอย่างในการดำเนินชีวิต คำสอนและสิ่งที่ท่านปฏิบัติให้เห็นเป็นสิ่งที่ลูก ๆ จดจำ และนำไปใช้ในการคิด ตัดสินใจ และแก้ไขปัญหาในชีวิต

ความสุขกับเสียงเพลงและการอ่าน

นอกเหนือจากงานแพทย์และการสอน สิ่งที่ท่านรักและทำอยู่เสมอในเวลาว่างสองอย่าง คือการร้องเพลงและการอ่านหนังสือ

ท่านรักการร้องเพลงและฝึกร้องเพลงทุกวัน เคยได้รับเชิญให้ร้องเพลงในงานการกุศลเนื่องในวันมหิดลหลายปี โดยมีบทเพลงที่ขับร้อง เช่น “เชียงรายรำลึก” “น้ำตาเทียน” “ขอเป็นจันทร์” และ “หวงรัก” เสียงเพลงจึงเป็นอีกด้านหนึ่งของท่านที่อยู่ในความทรงจำของครอบครัวและผู้ที่รู้จัก

ขณะเดียวกัน ท่านรักการอ่านและหมั่นอ่านหนังสือหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ภาพขณะอ่านหนังสือและฝึกร้องเพลงเป็นภาพคุ้นตาของคนในครอบครัว สะท้อนถึงความสุขจากการเรียนรู้และการฝึกฝนในสิ่งที่รักอย่างสม่ำเสมอ

ชีวิตในวัยเกษียณและวาระสุดท้าย

แม้ในเวลาต่อมาท่านจะมีปัญหาสุขภาพจากโรคพาร์กินสันและโรคอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการดูแลจากทีมแพทย์และครอบครัว ท่านยังคงมีความสุขกับชีวิต ได้รับประทานอาหารที่ชอบ และเดินทางท่องเที่ยวกับคนที่รัก ความปรารถนาประการหนึ่งในวัยเกษียณของท่าน คือการได้อยู่กับครอบครัวและเห็นความก้าวหน้าของลูก ๆ

ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต โรคพาร์กินสันทำให้ท่านเดินลำบากมากขึ้น และต่อมาเริ่มมีปัญหาเรื่องการกลืน จนเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ท่านต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากภาวะปอดติดเชื้อ แม้จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ แต่อาการเจ็บป่วยและภาวะแทรกซ้อนทำให้ร่างกายอ่อนแรงลงตามลำดับ

เช้าวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เจษฎา นิมมานนิตย์ ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ท่ามกลางความรักและการดูแลอย่างใกล้ชิดของครอบครัว สิริรวมอายุ 92 ปี 4 เดือน

คุณค่าที่คงอยู่ในความทรงจำ

ชีวิตของรองศาสตราจารย์ นายแพทย์เจษฎา นิมมานนิตย์ เป็นชีวิตของแพทย์ผู้ทุ่มเทรักษาผู้ป่วย ครูผู้ใส่ใจถ่ายทอดความรู้ เพื่อนผู้เสมอต้นเสมอปลาย และหัวหน้าครอบครัวผู้มอบความรักและความอบอุ่นแก่ภรรยาและลูกหลาน

ความรู้และประสบการณ์ของท่านยังคงส่งต่อผ่านลูกศิษย์จากรุ่นสู่รุ่นไปสู่การดูแลผู้ป่วย ส่วนคำสอน รอยยิ้ม เสียงเพลง และความอบอุ่น ยังคงอยู่ในความทรงจำของครอบครัว เพื่อน และผู้ที่ได้รู้จักท่าน

แม้ท่านจะจากไปแล้ว แต่คุณงามความดีและแบบอย่างที่ท่านฝากไว้ตลอดชีวิต ยังคงมีความหมายต่อผู้คนที่ได้รับความเมตตา ความรู้ และความรักจากท่านเสมอ

ด้วยความรักและความระลึกถึง
ครอบครัวนิมมานนิตย์

ความรู้ที่ยังคงส่งต่อ

เนื้องอกสมอง ความรู้พื้นฐาน

อ่านตำราของคุณพ่อในฉบับดิจิทัล ซึ่งครอบครัวกำลังทยอยจัดทำเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน

เปิดอ่าน e-book กลับด้านบน ↑